Green Book เส้นทางของความแตกต่างที่บรรจบกันได้อย่างลงตัว

Green Book เส้นทางของความแตกต่างที่บรรจบกันได้อย่างลงตัว

Green Book (กรีนบุ๊ค) หนังสือสีเขียว ภาพยนตร์ที่ได้สองนักแสดงฝีมือดีอย่าง วิกโก้ มอร์เทนเซน ผู้เข้าชิงสองรางวัลออสการ์จาก Eastern Promises, Captain Fantastic ร่วมด้วย มาเฮอร์ชาลา อาลี เจ้าของรางวัลออสการ์จาก Moonlight โดยมีผู้กำกับอย่าง ปีเตอร์ ฟาร์เรลลี่ ที่ส่วนใหญ่เขาจะขึ้นชื่อในการกำกับภาพยนตร์แนวตลกเป็นส่วนใหญ่ อย่างเช่น Dumb and Dumber (1994) และ There’s Something About Mary (1998) แต่งานนี้ลองมาเปลี่ยนแนวเป็นหนังดราม่าดูบ้าง ซึ่งก็เรียกได้ว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก เพราะภาพยนตร์เรื่องนี้ได้เสนอชื่อเข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำถึง 5 สาขา กันเลยทีเดียว หนังเข้าฉายตั้งแต่ปี 2516 แต่กลับมาดูอีกครั้งก็ยังไม่น่าเบื่อ

หนังจะเล่าเรื่องราวของสองคู่หูเพื่อนซี้ที่เริ่มต้นทั้งสองคนมีความแตกต่างกันเป็นอย่างมาก ทั้งในเรื่องของรสนิยม ชีวิตความเป็นอยู่ อาชีพ ฐานะการเงิน หรือแม้แต่สีผิว แต่กับต้องมาร่วมเดินทางตระเวนไปทั่วตอนใต้ของอเมริกา โทนี่ ลิป (รับบทโดย วิกโก้ มอร์เทนเซน) นักเลงขาใหญ่ผู้ไม่กลัวใครเชื้อสายอิตาเลี่ยน-อเมริกัน จากย่านบรองซ์ในนิวยอร์ก ต้องมาเป็นคนขับรถให้ ดอน เชอร์ลีย์ (รับบทโดย มาเฮอร์ชาลา อาลี) นักเปียโนผิวสีที่มีชื่อเสียงระดับโลก เขาต้องออกเดินสายเพื่อขึ้นแสดงในช่วงยุค 60 จึงจำเป็นต้องหาคนขับรถที่ไว้ใจได้ และสามารถดูแลเขาได้ไปพร้อมๆ กัน และสิ่งเดียวที่ช่วยนำทางคนทั้งคู่ก็คือ สมุดปกเขียว และนี่เองที่มาของชื่อเรื่อง ในตลอดเส้นทางพวกเขาต้องปรับตัวเขาหากันและมองข้ามความต่าง รวมทั้งร่วมเผชิญภัยต่างๆ ตลอดเส้นทาง และนี่เองที่ทำให้มิตรภาพและความผูกพันเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างเงียบๆ โดยที่ทั้งคู่ไม่ทันรู้ตัว 

จริงๆ แล้วหนังเรื่องนี้สร้างขึ้นมาจากประวัติศาสตร์การเหยียดผิวในช่วงยุค 1930-1960 ในช่วงนั้นคนผิวสีต้องพกหนังสือชื่อว่า “The Negro Motorist Green Book” ซึ่งต่อมาเรียกชื่อเพียงสั้นๆ ว่า “Green Book” ภายในหนังสือจะเป็นเหมือนไกด์แนะนำเรื่องต่างๆ ให้กับคนผิวสีทั้งร้านอาหาร โรงแรม และสถานที่ที่ยินดีต้อนรับคนผิวสี เพราะในช่วงนั้นหากหลงไปที่อื่นคนผิวสีจะถูกเหยียดค่อนข้างรุนแรง และอาจโดนต่อว่าหรือโดนทำร้ายจนเสี่ยงถึงชีวิตกันเลยทีเดียว

ภาพยนตร์อาจดูไม่มีอะไรมาก แต่กับดูได้เพลินๆ และน่าติดตาม รวมทั้งบอกเล่าตัวตนของตัวละครแต่ละคนได้เป็นอย่างดี ซึ่งบางครั้งสิ่งที่เราเห็นภายนอกอาจจะไม่ใช่ตัวตนและนิสัยที่แท้จริง หากได้สัมผัสหรืออยู่ด้วยกันไปนานๆ เราถึงได้เห็นทาสแท้ของอีกคน ที่มีทั้งดีและไม่ดีปะปนกันอยู่ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากที่สุดท้ายถึงแม้จะต่างขั้วหรือนิสัยต่างกันก็สามารถบรรจบเขากันได้อย่างลงตัว

เครดิตภาพ : apollo.tv

#green book #หนังแนะนำ #หนังน่าดู